(บันทึกการฟัง) Sakura Message ตกลงเป็นเพลงของใคร?

มาด้วยความพีคค่ะ ได้ฟังเมื่อคืนตอนดึกมาก นี่คิดหนักจนไม่ได้นอน 55555

ใครยังไม่ได้ซื้อเพลง แนะนำว่าอย่าได้รีรอเลย เพลงดีมากจริงๆ นะ

เอาล่ะ วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่อง ตกลงเพลง Sakura Message เป็นเพลงที่บอกเล่ามุมมองของใครกันแน่

Disclaimer: สิ่งที่จะเขียนต่อจากนี้ได้มาจากการอ่านเนื้อเพลงและความคิดเห็นของคนญี่ปุ่นแล้วก็ความคิดของเราเองนะคะ ทุกอย่างมันรวมๆ กันไว้ จะพยายามยกหลักฐานสนับสนุน แต่ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เราพูดจะถูกนะ มันเป็นเพียงแค่การตีความแบบหนึ่งเท่านั้น

ก่อนอื่น ไปที่คำแปลเนื้อเพลงกันก่อน อาจจะไม่ได้แปลตรงตัวเพราะพยายามแปลเก็บความและความรู้สึกในเพลงซะมากกว่า

**แยกสีตามเนื้อความที่ร้องนะคะ ไม่ใช่ลำดับการร้อง เพราะงั้นสีอาจจะสลับกับลำดับการร้องในเพลงนะคะ อาจจะงงๆ หน่อย แต่อยากให้เห็นว่าใครร้องเนื้อความแบบไหน**

ริคุ อิโอริ ทามากิ โซโกะ มิทสึกิ ยามาโตะ นางิ
ร้องเป็นยูนิต รวม  (ขอไม่แจงละเอียดนะคะ)

คำแปล

ขอแค่มีสองคำก็อาจจะเพียงพอแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังลังเลและตามหาคำอื่นๆ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ก็ยังคงเขียนเสียงต่อจากคำนั้นลงไป…

เหล่าซากุระแย้มบานอย่างช้าๆ ราวกับว่าได้รับรู้แล้วถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านลงมา
เมื่อได้มาพบกันแล้ว แม้ต้องจากไปไกล แต่อย่างน้อยก็ได้รู้จักกับบางสิ่งที่ไม่มีวันลบเลือน

จุมพิตที่ค่อยๆ โปรยปรายลงมาในตอนนั้นดูราวกับกลีบดอกไม้ Honest Love

ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็ยังคิดถึงเธออยู่โดยไม่เคยเอ่ยออกไป
ถึงแม้ว่าเธอจะปิดหัวใจไป ฉันก็ยังคิดถึงอยู่ไม่เปลี่ยน
เช่นเดียวกับที่(กลีบ)สีชมพูอ่อนนั้นแสดงความแน่วแน่
โดยการเบ่งบานและกลับคืนสู่ผืนดิน
พอรู้ตัวอีกที โลกที่มองเห็นจากที่ตรงนี้
หากจะให้บรรยายแบบง่ายๆ คงจะพูดได้เพียงว่ามันคือสิ่งมีค่าสำหรับฉัน
Sakura… ถ้าหากคำอธิษฐานของฉันจะเป็นจริงได้สักข้อในตอนนี้
ขอให้วันพรุ่งนี้ที่จะมาถึงนั้นสามารถลบเลือนความทรงจำที่ผ่านมาด้วยเถอะ

ฉันตามหาบางสิ่งมาตลอด ยามที่นอนไม่หลับก็จับนิ้วของเธอเอาไว้
พวกเราเองก็คงเหมือนกัน ถ้ามีเพียงแค่กลีบเดียวก็คงจะกังวลใจ

ฉันจะมอบกลีบดอกไม้ที่ไม่เคยหยุดโปรยปรายให้กับเธอ Hold on You

ทั้งช่วงไหล่ที่สั่นเทาจากการแสร้งทำเข้มแข็ง
และประกายในดวงตาตอนที่เผยยิ้มอย่างไร้เดียงสา
ไม่ว่าจะเป็นท่าทางแบบไหนของเธอ ฉันก็ยังจำได้ดีอยู่เสมอ
แม้จะเป็นช่วงเวลาในอนาคตต่อจากนี้ก็ตาม
ทั้งสาเหตุที่ทำให้น้ำตารินไหลโดยไม่ทันตั้งตัว
และบาดแผลที่ได้รับมาจากการพยายามจะปกป้อง ฉันเฝ้ามองอยู่เสมอ
ได้โปรด… ขอให้ฉันได้อธิษฐานบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ
อย่างน้อยก็ขอให้ไม่ต้องเปียกปอนจากฝนฤดูใบไม้ผลิด้วยเถอะ

ให้กิ่งก้านและใบแผ่ขยายออกไป
ฉันอยากจะโอบกอดเธอเอาไว้จนกว่าสายลมจะหยุดลง
ถึงแม้ว่าจะร่วงโรยลงไปอย่างรวดเร็ว(ก่อนถึงเวลา)
แต่ก็จะไม่เสียใจในภายหลัง

ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็ยังคิดถึงเธออยู่โดยไม่เคยเอ่ยออกไป
แม้แต่ความเศร้าที่เธอกักขังเอาไว้ในหัวใจ
ฉันจะโอบกอดมันไว้ด้วยความแน่วแน่
เช่นเดียวกับที่(กลีบ)สีชมพูอ่อนเบ่งบานและกลับคืนสู่ผืนดิน
รู้ตัวอีกที ก็พบว่ามีคำพูดที่อยากจะใช้
เพื่อบรรยายโลกที่ฉันได้เห็นในวันนี้อยู่เต็มไปหมด
Sakura… ถ้าหากคำอธิษฐานของฉันจะเป็นจริงได้สักข้อในตอนนี้
ขอให้วันพรุ่งนี้ที่จะมาถึงนั้นสามารถลบเลือนความทรงจำที่ผ่านมาด้วยเถอะ

 

 

ช่วงเวิ่นเว้อ

ตามที่เคยเวิ่นเว้อลงไปใน fusetter (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านอยากให้ลองไปอ่านก่อนนะคะ จะได้เข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เราอยากพูด) เราฟังเพลงนี้แล้วตอนแรกสุดคิดว่าเป็นเพลงของนางิ แต่จริงๆ ท่อนแรกอาจจะเข้ากับสถานการณ์ที่ยามาโตะออกจากหอไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว เพลงนี้อาจจะเป็นเพลงที่ซากุระฮารุกิ(จากนี้จะเรียกฮารุกิ)แต่ให้เซโร่กับคุโจก็ได้

จะพูดที่ละประเด็นละกันเนอะ

① เพลงนี้เป็นเพลงที่บรรยายความรู้สึกของนางิ

  • อย่างแรกเลย คือชื่อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นเลย Sakura เป็นดอกไม้ที่แสดงความเป็นญี่ปุ่น แต่กลับถูกเขียนด้วยภาษาอังกฤษในเพลง คนเดียวที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนอื่นๆ คือนางิ

 

  • จุมพิตที่ค่อยๆ โปรยปรายลงมาในตอนนั้นดูราวกับกลีบดอกไม้” เป็นท่อนที่เปรียบการแสดงความรักด้วยการจุมพิตว่าเป็นเหมือนดอกไม้โปรยปราย คนเดียวในเรื่องที่แสดงความรักผ่านการจูบคนอื่นคือนางิเท่านั้น

 

  • เนื้อเรื่องอัพเดทช่วงเดือนมิถุนายน การที่นางิดีใจเมื่อเห็นสัญลักษณ์ในชื่อที่บ่งบอกว่าริคุอาจจะทดแทนตัวตนของนางิได้ บวกกับการพูดจาแบบแปลกๆ ในแชทวันเกิด เลยอาจจะพูดได้ว่านางิรู้ตัวดีว่าสักวันอาจจะต้องจากคนในวงไป และยอมรับความจริงนั้นได้แล้ว
    • ถึงแม้ว่าจะร่วงโรยลงไปอย่างรวดเร็ว(ก่อนถึงเวลา) แต่ก็จะไม่เสียใจในภายหลัง” ท่อนนี้เราเติมคำว่า “ก่อนถึงเวลา” เข้าไป เพราะเท่าที่ค้นมาเหมือนคำว่า “ร่วงโดยไปอย่างรวดเร็ว” มีการใช้เปรียบเทียบกับการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควร เพราะฉะนั้นอาจจะมีนัยยะว่านางิอาจจะมีเรื่องให้ต้องทิ้งวงไปทั้งๆ ที่ยังไม่หมดสัญญาหรือโดยที่คนอื่นยังเตรียมใจรับไม่ทัน

 

  • ซึ่งเพลง Sakura Message ตั้งแต่หลังฮุคแรกลงมา (ช่วงจนถึงฮุคแรกจะพูดในข้อ ②) เป็นเพลงที่บอกเล่าความรู้สึกของคนที่จะต้องจากคนที่รักไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดถึงและเฝ้ามองอยู่เสมอจากที่ไกลๆ

 

  • แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมียามาโตะกับมิทสึกิที่ยังคงแสดงความรู้สึกของตัวเองผ่านเนื้อเพลงออกมาด้วย
    • ให้กิ่งก้านและใบแผ่ขยายออกไป ฉันอยากจะโอบกอดเธอเอาไว้จนกว่าสายลมจะหยุดลง” ชื่อนางิหากเขียนด้วยคันจิ หนึ่งในความเป็นไปได้คือ 凪 ซึ่งมีความหมายว่า “สภาพที่ลมหรือคลื่นสงบลง” ซึ่งเป็นสภาพตรงกันข้ามกับ “สายลมพัดพา” หรือสภาพที่ต้องพบเจอกับปัญหา เพราะฉะนั้นอาจจะพูดได้ว่าทั้งมิทสึกิและยามาโตะ(รวมถึงคนอื่นๆ) พร้อมที่จะปกป้องจนกว่า “凪” (นางิ-ความสงบ) จะกลับมา

 

  • “ขอให้วันพรุ่งนี้ที่จะมาถึงนั้นสามารถลบเลือนความทรงจำที่ผ่านมาด้วยเถอะ” หากเป็นคำพูดจากมุมมองของนางิ อาจจะมีความหมายว่า “ขอให้พรุ่งนี้(ที่จะไม่มีนางิ)มีเรื่องดีๆ ยิ่งกว่าที่ผ่านมา (ตอนที่นางิยังอยู่ด้วย) ด้วยเถอะ” คือเป็นการแสดงความปรารถนาดีโดยการตัดตัวเองออกไปจากความสัมพันธ์ของวง

 

  • โดยสรุปคือเพลงนี้อาจจะเป็นเพลงที่บรรยายความรู้สึกของนางิและปฏิกิริยาของสมาชิกที่เหลือ

 

 

② เพลงนี้เป็นเพลงที่บรรยายสถานการณ์ช่วงที่ยามาโตะออกจากหอไป

  • ถ้าดูจากช่วงเวลาที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาครั้งแรก เนื้อเพลงของท่อนแรกจนจบท่อนฮุคมันเข้ากับช่วงที่ยามาโตะออกจากหอไปมากๆ เพราะตอนนั้นยามาโตะออกไปโดยไม่อาจเปิดใจเล่าเรื่องตัวเองให้สมาชิกคนไหนฟังได้
    • “ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็ยังคิดถึงเธออยู่โดยไม่เคยเอ่ยออกไป ถึงแม้ว่าเธอจะปิดหัวใจไป ฉันก็ยังคิดถึงอยู่ไม่เปลี่ยน” แสดงความรู้สึกของสมาชิกที่ว่า ต่อให้ยามาโตะอาจจะปิดใจจากทุกคน แต่ทุกคนก็ยังคิดถึงยามาโตะอยู่เสมอ

 

  • “ขอให้วันพรุ่งนี้ที่จะมาถึงนั้นสามารถลบเลือนความทรงจำที่ผ่านมาด้วยเถอะ” หากเป็นคำพูดของสมาชิกทุกคนในช่วงที่ยามาโตะออกจากหอไป อาจจะมีความหมายว่า “ขอให้วันพรุ่งนี้เกิดเรื่องดีๆ ที่จะทำให้ลบความทรงจำแย่ๆ ที่เกิดขึ้นออกไปด้วยเถอะ” คือเป็นท่อนที่แสดงความหวังว่าพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าตอนนี้

 

แต่มีปัญหาเล็กน้อยที่ว่า ปกติเพลงหนึ่งเพลงมักจะบรรยายความคิดแค่อย่างเดียว เราอาจจะมองเวลาเพลงนี้เป็นข้อยกเว้นก็ได้ คือผู้บรรยาย (“ฉัน” ในเพลง) อาจจะอยากบรรยายทั้งความรู้สึกในฐานะคนที่เฝ้ามองคนที่รักจากไปในครึ่งแรก และบรรยายความปรารถนาดีต่อคนที่รักในครึ่งหลัง หรือไม่ก็ “ฉัน” ในเพลงครึ่งแรกกับครึ่งหลังเป็นคนละคนกัน เพราะฉะนั้นเลยสื่อความกันคนละแบบ

แต่ถ้าหากเพลงนี้เองก็เป็นการบรรยายความคิดเพียงอย่างเดียว ของผู้บรรยายคนเดียวล่ะ

เลยนำมาสู่ความเป็นไปได้ถัดไป ซึ่งยาวมาก 55555

 

③ เพลงนี้คือเพลงที่ซากุระฮารุกิแต่งให้กับเซโร่และคุโจ

  • สันนิษฐานข้อนี้ยังไม่แน่นอนเท่าไหร่เพราะเรารู้เรื่องเกี่ยวกับเพลง Sakura Message และความสัมพันธ์ของฮารุกิ เซโร่ และคุโจ น้อยมาก แต่เพลงของ IDOLiSH7 มักจะเป็นเพลงของฮารุกิอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถึงเนื้อเรื่องจะไม่ได้บอกชัดเจน จะคิดว่าเป็นเพลงของฮารุกิก็อาจจะไม่ผิดนัก แต่เราเชื่อว่าเพลงนี้พิเศษกว่าเพลงอื่นๆ ตรงที่ เพลงนี้เป็นเพลงที่ฮารุกิแต่งเพื่อบรรยายความรู้สึกของตัวเอง ในขณะที่เพลงก่อนหน้านี้ไม่มีเนื้อหาเจาะจงขนาดนี้

 

  • ต้องเคลียร์นิดนึงว่าในเพลงไม่มีสรรพนาม “ฉัน” แต่พอแปลเป็นภาษาไทยแล้วเราต้องใส่เพื่อให้โครงสร้างไวยกรณ์ครบถ้วน แต่ความหมายไม่เปลี่ยนไปเพราะกริยาที่เกิดขึ้นจะต้องมีผู้กระทำ และผู้กระทำนั้นคือ narrator หรือผู้บรรยายในเนื้อเพลง แต่เราจะขอเรียก “ฉัน” เพื่อป้องกันความสับสน

 

  • เหตุผลที่สนับสนุนว่า “ผู้บรรยายหรือ “ฉัน” ในเพลง Sakura Message คือซากุระฮารุกิ” มีดังต่อไปนี้
    • “ขอแค่มีสองคำก็อาจจะเพียงพอแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังลังเลและตามหาคำอื่นๆ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ก็ยังคงเขียนเสียงต่อจากคำนั้นลงไป…” ตอนแรกใช้คำว่า “คำ” แต่ท่อนที่ทามากิร้องกลับกลายเป็นคำว่า “เสียง” แต่จริงๆ แล้วพูดถึงอย่างเดียวกันอยู่ แปลว่า คำที่ผู้บรรยายกำลังเขียนอยู่นั้น เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นเสียง เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นเนื้อเพลงก็ได้ แปลว่า “ฉัน” ในเพลงกำลังบอกเล่าถึงการพยายามถ่ายทอดความรู้สึกลงมาในเนื้อเพลง แปลว่า “ฉัน” นั้นอาจจะมีอาชีพเป็นนักแต่งเพลง
    • มีการใช้คำว่า “ซากุระ” เป็นสัญลักษณ์ในเพลงเยอะมาก ซึ่งซากุระก็คือนามสกุลของฮารุกินั่นเอง
    • ในเนื้อเรื่องช่วงที่ปล่อยออกมาจนถึงตอนนี้ คุโจพูดถึง “พินัยกรรม” ของฮารุกิ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าฮารุกินั้นตายแล้วหรือเปล่า ถ้าหากฮารุกิส่งพินัยกรรมไปให้คุโจจริง ก็แปลว่าต่อให้เขายังมีชีวิตอยู่ ก็น่าจะรู้ว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน ซึ่งบางทีเขาอาจจะรู้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว สุดท้ายถึงแต่งเพลงนี้เอาไว้แล้วมอบให้นางิ

 

  • เรารู้เรื่องราวของเซโร่กับคุโจแล้ว ว่าคุโจเป็นผู้จัดการ/โปรดิวเซอร์ที่รักและผูกพันธ์กับเซโร่มาก และเป็นคนที่ทำให้เซโร่ประสบความสำเร็จ และเรารู้ว่าฮารุกิผูกพันธ์กับเซโร่มากจนถึงขั้นยอมข้ามน้ำข้ามทะเลไปออกตามหา เพราะฉะนั้นเรารู้แล้วว่าลักษณะความรักความห่วงใยของสามคนนี้จะเป็นในรูปแบบ คุโจ→เซโร่←ฮารุกิ

 

  • และเราเองก็รู้ว่าฮารุกิส่งพินัยกรรมตนเองให้คุโจ และคุโจก็เรียกฮารุกิว่าเป็นเพื่อน เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้ว ฮารุกิ เซโร่ และคุโจ อาจจะเป็นคนสามคนที่เคยสนิทกันมากๆ มาก่อน

 

  • อีกอย่างที่อาจจะแสดงความสัมพันธ์ของทั้งสามคนได้อาจจะอยู่ในชื่อของทั้งสามคน สัญลักษณ์ในชื่อของฮารุกิคือ “桜―ซากุระ” ส่วนของคุโจคือ “鷹―เหยี่ยว” และของเซโร่คือศูนย์ หรือความว่างเปล่า
    • ซากุระในเนื้อเพลงถูกบรรยายด้วยลักษณะ “โปรยปราย” “ร่วงโรย” คือเป็นอาการที่ล่องลอยในอากาศ
    • ส่วนเหยี่ยวเป็นนกประเภทหนึ่ง แน่นอนว่าจะต้องบินหรือล่องลอยในอากาศอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ
    • ส่วนความว่างเปล่านั้นคือสิ่งที่โอบอุ้มทั้งซากุระแหละเหยี่ยวเอาไว้ในตอนที่ทั้งสองลอยอยู่ในอากาศ
    • ไม่ค่อยมีการพูดถึงความสัมพันธ์ของทั้งสามคนเท่าไหร่ มักจะเป็นไปในแนว คุโจกับเซโร่ และฮารุกิกับเซโร่ เสียมากกว่า แต่จริงๆ ทั้งสามอาจจะเป็นกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กันแน่นแฟ้นมากกว่าที่เราคิดก็ได้

 

  • จากคำบอกเล่าที่ผ่านมา เราพอจะบอกได้ว่า เซโร่เป็นคนที่อ่อนโยนและจิตใจดี แต่สุดท้ายก็เสียสติและหนีทุกคนไป ส่วนคุโจ ถึงเราจะไม่รู้ว่าแต่ก่อนเป็นคนแบบไหน แต่ก็มั่นใจได้ว่าไม่ได้เสียสติขนาดนี้มาตั้งแต่แรก แปลว่าฮารุกิรู้จักทั้งเซโร่และคุโจในสมัยก่อนอย่างดี และเป็นคนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองคนในระยะใกล้ชิดที่สุด
    • ซากุระในเนื้อเพลงถูกบรรยายด้วยการ “เบ่งบาน” ในช่วงแรกของเนื้อเพลง บ่งบอกความสุขและความหวัง ในขณะที่ช่วงหลังๆ กลับมีลักษณะ “ร่วงโรยอย่างรวดเร็ว” และ “กลับคืนสู่พื้นดิน” แปลว่านี่คือเพลงที่บอกเล่าสถานการณ์หลากหลายที่ฮารุกิได้เจอ
    • ลองคิดว่าถ้าเราเองมีเพื่อนสนิทอีกสองคน แต่ก่อนก็สนิทกันมาก แต่ผ่านไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง ได้แต่เฝ้ามองเพื่อน B ควบคุมเพื่อน A มากๆ ด้วยความหวังดี แต่มันเป็นการกดดัน A มากเสียจน A ทนไม่ได้จนหายตัวไป ส่วน B เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป และอยากจะเจอ A อีกครั้งจนถึงขั้นเสียสติ เราเองก็คงเศร้ามากเหมือนกันนะ เพราะเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็ได้แต่มองเพื่อนหายไปทีละคน
    • ซึ่งท่อน “ทั้งสาเหตุที่ทำให้น้ำตารินไหลโดยไม่ทันตั้งตัว และบาดแผลที่ได้รับมาจากการพยายามจะปกป้อง ฉันเฝ้ามองอยู่เสมอ” อาจจะเป็นการบรรยายความรู้สึกของฮารุกิก็ได้ เพราะเขาเห็นเซโร่เสียใจ และในขณะเดียวกันก็เห็นว่าคุโจได้รับความเสียหายจากการที่เซโร่หายตัวไป ทั้งๆ ที่สิ่งที่เขาทำไปนั้นมันก็เพื่อปกป้องให้เซโร่อยู่เป็นตำนานในวงการ แต่กลับไปทำร้ายเซโร่เข้าโดยไม่รู้ตัว
    • ฮารุกิได้แต่มองเพื่อนทั้งสองเจ็บปวด โดยที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้

 

  • ถ้าแบบนั้นอาจจะตีความได้ว่า ใจความของเนื้อเพลงนี้ คือข้อความของฮารุกิ (Sakura Haruki’s message) ที่อยากจะบอกกับเซโร่และคุโจ ว่าเขาเฝ้ามองทั้งสองคนอยู่เสมอ ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน จนถึงตอนที่แตกหักจนทั้งสองต่างแยกทาง จนแม้แต่ตอนนี้ที่ฮารุกิออกตามหาเซโร่ เขาก็ยังคิดถึงทั้งสองคน และเขารู้ตัวดีว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหวังว่าทั้งสองคนจะได้เจอเรื่องดีๆ ที่จะทำให้ลืมความเลวร้ายของช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

  • เนื้อเพลงนั้นแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกที่เสียใจของ “ฉัน” แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเต็มไปด้วยความปรารถนาดี และแสดงให้เห็นว่า “ฉัน” นั้นอาจจะไม่ใช่คนที่แสดงออกด้วยการกระทำ แต่เป็นคนอ่อนโยนที่มักแสดงความรู้สึกผ่านเพลงของตัวเองออกมามากกว่า
    • เพราะ  “ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็ยังคิดถึงเธออยู่โดยไม่เคยเอ่ยออกไป
    • และตอนที่เซโร่กับคุโจมีปัญหากันก่อนจะถึงจุดแตกหัก ฮารุกิเองอาจจะรู้ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะโดยนิสัยแล้วไม่ใช่คนที่จะพูดหรือลงมือกระทำอะไรด้วยตัวเอง
    • เราไม่เคยได้รู้นิสัยที่แท้จริงของฮารุกิ นางิบอกเสมอว่าเขาเป็นคนดี จริงๆ นางิเป็นคนที่เย็นชากับผู้ชายทุกคน เพราะฉะนั้นคนที่สามารถทำให้นางิเปิดใจได้นั้นน่าจะต้องเป็นคนที่มีลักษณะคล้ายๆ กับสมาชิก IDOLiSH7 คือโดยรวมเป็นคนจิตใจดีและจริงใจ
    • การที่ฮารุกิมอบเพลงที่บรรยายความรู้สึกตัวเองให้นางิเอาไว้ แปลว่าเขาอยากให้มันได้รับการถ่ายทอดออกไป ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นปกติ มันน่าจะเป็นเพลงที่เซโร่ได้ร้อง อาจจะตีความหมายได้ว่า ใจหนึ่งฮารุกิอาจจะคิดว่า ตนเองคงไม่มีวันได้เจอเซโร่และคุโจอีกแล้ว และเขาอยากจะให้เพื่อนคนใหม่ของเขาเป็นคนเลือกว่าใครที่จะเหมาะสมกับการถ่ายทอดความรู้สึกของฮารุกิ
    • ซึ่งเพลงนี้นางิค่อนข้างเด่นสุดรองจากริคุ แปลว่านางิมีส่วนช่วยเหลือมากที่สุดในการถ่ายทอดความรู้สึกของฮารุกิออกมาเป็นเสียง
    • ความเชื่อใจของนางิและฮารุกิจะต้องสูงมาก แต่ถึงอย่างนั้นฮารุกิกลับเลือกที่จะทิ้งนางิไปโดยไม่พูดอะไร และกลับไม่ติดต่อนางิทั้งๆ ที่ยังสามารถติดต่อคุโจได้ แปลว่าเรื่องนี้น่าจะต้องมีเงื่อนงำบางอย่าง เพราะมันช่างขัดกับฮารุกิที่นางิเล่าให้ทุกคนฟัง และลักษณะของ “ฉัน” ที่ปรากฏผ่านเนื้อเพลง

 

  • หรือบางที ฮารุกิอาจจะทำอะไรเอาไว้ที่อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น?
    • ท่อน “อย่างน้อยก็ขอให้ไม่ต้องเปียกปอนจากฝนฤดูใบไม้ผลิด้วยเถอะ”
    • ลองไปค้นดูเรื่องของคำว่า “ฝนในฤดูใบไม้ผลิ” ส่วนหนึ่งก็บอกว่าเป็นความหมายตรงตัว คือเป็นฝนที่ตกในฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อถูกใช้ในการระบุฤดูกาลจะให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน แตกต่างจากฝนปกติ
    • แต่เนื้อเพลงกลับบอกว่า “ฝนฤดูใบไม้ผลิ” เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
    • แล้วเราก็ไปค้นเจออีกที่ว่า ฝนในฤดูใบไม้ผลิอาจจะทำให้ดอกไม้ที่เพิ่งบานร่วงจนหมด ถ้ามองว่าดอกไม้คือสัญลักษณ์ของความรักที่โอบอุ้มคนอื่นในเพลงนี้ ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมถึงไม่อยากให้ดอกไม้ต้องเจอกับฝน
    • แต่ในชื่อของฮารุกิมีสัญลักษณ์อีกอย่างอยู่คือ 春―ฤดูใบไม้ผลิ (นักแต่งเพลงในเนื้อเรื่องไอนานะมักมีสัญลักษณ์ของฤดูกาลในชื่อ) เพราะฉะนั้นฝน(ปัญหา)ที่อาจจะทำลายดอกไม้(ความรัก)นั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับฮารุกิเองด้วยก็ได้
    • แต่อันนี้เรายอมรับว่าอาจจะคิดลึกคิดเยอะเกินไป เพราะถ้าเป็นแบบนั้นสัญลักษณ์ทั้งเพลงมันจะกลับไปกลับมาและไม่คงที่

 

โอเค หมดเรื่องที่เราอยากพูดแล้วฮือ 555555555555 ยาวมาก แต่ช่วงนี้เราคิดมากเรื่องนางิจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ พอได้ฟังเพลงนี้แล้วยิ่งรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าให้เครียดหนักกกว่าเดิม 55555555 และถ้าเพลงนี้เป็นเพลงที่เล่าเรื่องของฮารุกิ คุโจ เซโร่จริงๆ เราก็จะรู้สึกว่า (กัดฟัน) เราเองก็เริ่มเห็นใจคุโจขึ้นมานิดนึง

และอยากจะชื่นชมทีมงานส่งท้ายที่ปล่อยเพลงนี้ออกมาได้ถูกจังหวะมาก ปล่อยแบบสั้นให้เข้ากับบรรยากาศช่วงยามาโตะออกจากหอ ปล่อยแบบยาวช่วงที่เราเริ่มรู้กันแล้วว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับนางิแน่ๆ

สตอรี่ตอนต่อไปก็อัพเดือนหน้า รอไปสิคะ เราจะไปทำอะไรได้ (ร้องไห้หนักมาก)

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

ไว้เจอกันใหม่ค่ะ